สรุปเงินลงทุนระยะยาว

เงินลงทุนระยะยาว (Long Term Investment) หมายถึง เงินลงทุนที่กิจการตั้งใจถือไว้เกิน 1 ปี รวมถึงตราสารทุนที่จัดประเภทเป็นหลักทรัพย์เผื่อขาย เงินลงทุนทั่วไป ตราสารหนี้ที่จัดประเภทเป็นหลักทรัพย์เผื่อขาย และตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด การบันทึกบัญชีเงินลงทุนระยะยาวจะบันทึกต้นทุนของเงินลงทุนในราคาที่รวมรายจ่ายทั้งสิ้นที่กิจการจ่ายเพื่อให้ได้มา หลักทรัพย์เผื่อขายทุกๆ สิ้นปีจะวัดมูลค่าด้วยราคายุติธรรม เงินลงทุนระยะยาวนี้มีหลักการปฏิบัติในการบันทึกบัญชีตั้งแต่ซื้อจนถึงรายการปรับปรุงเมื่อสิ้นปีจะตีใช้ราคายุติธรรมและเมื่อขายไปกิจการจะมีผลทั้งกำไรหรือขาดทุน แล้วแต่ราคาตามท้องตลาดที่และสามารถแปลงสภาพเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้าได้แต่ต้องใช้ราคายุติธรรมเป็นเกณฑ์ หลักทรัพย์เผื่อขายที่เป็นตราสารหนี้จะได้รับผลตอบแทนอยู่ในรูปของดอกเบี้ยหากเป็นตราสารทุนจะได้รับเงินปันผล เงินลงทุนระยะยาวนี้จะแสดงรายการในงบดุลภายใต้หัวข้อสินทรัพย์ประเภทเงินลงทุนระยะยาว

Advertisements

การเปิดเผยข้อมูลเงินลงทุนระยะยาวในงบดุล

การแสดงข้อมูลเกี่ยวกับเงินลงทุนระยะยาวในงบดุลจะมีวิธีการจัดทำดังนี้ :-

การด้อยค่าของเงินลงทุน

ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 40 กำหนดเรื่อง การด้อยค่าของตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนดไว้ดังนี้

1.ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนดจะด้อยค่า เมื่อเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่กิจการจะไม่สามารถเรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมดหรือบางส่วนตามที่ระบุไว้ในสัญญาได้ รายการขาดทุนจากการด้อยค่าของตราสารหนี้ดังกล่าว คือผลต่างระหว่างราคาตามบัญชีกับมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับจากตราสารหนี้นั้น ซึ่งคิดลดด้วยอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตามสัญญาเดิม

2.กิจการต้องบันทึกรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนดในงบกำไรขาดทุนทันทีที่เงินลงทุนเกิดจากการด้อยค่า และต้องรับรู้รายได้ดอกเบี้ยในเวลาต่อมาด้วยอัตราคิดลดที่ใช้ในการคำนวณมูลค่าปัจจุบันของตราสารหนี้นั้น

การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับเงินลงทุนระยะยาวของหุ้นกู้

หลักการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับเงินลงทุนระยะยาวของหุ้นกู้มีหลักปฏิบัติดังนี้

1.ซื้อหุ้นกู้ในวันที่จ่ายดอกเบี้ย
ตัวอย่าง กิจการซื้อหุ้นกู้ 10 %ในวันที่ 1 มกราคม 25×1 จำนวน 1,000 หุ้นมูลค่าหุ้นละ 100 บาทในราคาหุ้นละ 105 บาทกำหนดจ่ายดอกเบี้ยปีละครั้งคือทุกวันที่ 1 มกราคม ของทุกปี จะบันทึกโดย

เดบิต หลักทรัพย์เผื่อขาย-หุ้นกู้ 105,000

เครดิต เงินสด 105,000

2.ซื้อหุ้นกู้ในระหว่างงวดการจ่ายดอกเบี้ย

ตัวอย่าง กิจการซื้อหุ้นกู้ 10 % ในวันที่ 1 มีนาคม 25×1 จำนวน 1,000 บาทราคา
มูลค่าหุ้นละ 100 บาท ในราคาหุ้นละ 102 บาทกำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุกวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี กิจการจะบันทึก

เดบิต หลักทรัพย์เผื่อขาย-หุ้นกู้ 102,000

ดอกเบี้ยรับ (ดอกเบี้ยค้างรับ) 1,667

เครดิต เงินสด 103,667

หากต่อมากิจการได้รับดอกเบี้ยจะบันทึก

เดบิต เงินสด 10,000

เครดิต ดอกเบี้ยรับ 10,000

หรือ

เดบิต เงินสด 10,000

เครดิต ดอกเบี้ยค้างรับ 1,667
ดอกเบี้ยรับ 8,333

การบันทึกบัญชีการปรับมูลค่าของเงินลงทุนระยะยาวในวันสิ้นงวด

เงินลงทุนระยะยาวไม่ว่าจะเป็นคราสารหนี้และตราสารทุนที่อยู่ในความต้องการ
ของตลาดหรือเงินลงทุนทั่วไปมูลค่าของเงินลงทุนอาจเปลี่ยนไปตามสภาวะตลาดทุน กิจการต้องรับรู้มูลค่าที่เปลี่ยนแปลงไปเช่น เงินลงทุนในตราสารหนี้ต้องแสดงด้วยราคายุติธรรมกิจการจะต้องตัดส่วนต่ำหรือส่วนเกินทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเพื่อให้ราคาหุ้นกู้เป็นราคาปัจจุบันโดยจะใช้วิธีตัดจำหน่ายตามวิธีอัตราดอกเบี้ยแท้จริง

3.ในวันสิ้นงวดบัญชีต่อมาหากเงินลงทุน-หุ้นกู้มีราคาลดลง หรือเพิ่มขึ้นมูลค่ายุติธรรมต่ำกว่าราคาตามบัญชีจะบันทึกโดย

เดบิต รายการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้น xxx

เครดิต หลักทรัพย์เผื่อขาย-หุ้นกู้ xxx

หากราคายุติธรรมสูงกว่าราคาตามบัญชีจะบันทึกโดย
เดบิต หลักทรัพย์เผื่อขาย- หุ้นกู้ xxx

เครดิต รายการกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้น xxx

4. ในวันสิ้นงวดต่อมา หากขายเงินลงทุนจะบันทึกโดย

เดบิต เงินสด xxx

เครดิต หลักทรัพย์เผื่อขาย-หุ้นกู้ xxx
รายการกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้น xxx
รายการกำไรที่เกิดขึ้นจากการจำหน่ายเงินลงทุน xxx

5.การโอนเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน (หุ้นกู้เปลี่ยนเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้า)จะบันทึก

เดบิต หลักทรัพย์เพื่อค้า xx

เครดิต หลักทรัพย์เผื่อขาย-หุ้นกู้ xx
รายการกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้น xx

ตัวอย่างที่ 1 ต่อไปนี้เป็นรายการเกี่ยวกับเงินลงทุนระยะยาวของบริษัทวิสิฐ จำกัด
25×1 ม.ค 1 ซื้อหุ้นกู้ในบริษัทกุลวลี จำกัด ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
จำนวน 10,000 หุ้น ราคามูลค่าหุ้นละ 100 บาท อัตราดอกเบี้ย
12% ต่อปี อายุ 5 ปี จ่ายดอกเบี้ยทุกสิ้นปี โดยมีความตั้งใจที่จะถือ
ไว้เผื่อขาย และซื้อมาใน ราคา 1,075,815 บาท ทำให้อัตราดอกเบี้ย
ที่แท้จริงเป็น 10%
ธ.ค.31 หุ้นของบริษัทกุลวลี มีราคาตลาดเป็น 1,050,000 บาท
25×2 ก.ค. 1 ขายหุ้นบริษัทกุลวลีไปทั้งหมดในราคา 1,100,000 บาท

ให้ทำ 1. ตารางแสดงการตัดจำหน่ายส่วนเกินมูลค่าตามวิธีที่แท้จริง
2. บันทึกรายการในสมุดรายวันทั่วไป

ตัวอย่างที่ 2 (จากตัวอย่างที่ 1) หากถือจนครบกำหนดจะบันทึกดังนี้

การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับเงินลงทุนระยะยาวของหุ้นทุน

การบันทึกบัญชีเงินลงทุนระยะยาวจะบันทึกต้นทุนของเงินลงทุนในราคาที่รวมรายจ่ายทั้งสิ้นที่กิจการจ่ายเพื่อให้ได้มา ซึ่งเงินลงทุนนั้น ๆ เช่น ค่านายหน้า ค่าธรรมเนียม เป็นต้น

การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับเงินลงทุนระยะยาวหุ้นทุนแบ่งออกเป็น

1.การซื้อหุ้นทุนด้วยเงินสด การซื้อหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิอื่นเป็นเงินลงทุนระยะยาว กิจการจะบันทึกด้วยราคาทุน บวกด้วยค่านายหน้าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เงินลงทุนหุ้นทุนให้ระบุประเภท หลักทรัพย์เผื่อขายหรือเงินลงทุนทั่วไปเช่น

Dr. หลักทรัพย์เผื่อขาย- หุ้นสามัญ XX
Cr. เงินสด XX

ตัวอย่างที่ 1 บริษัทเอก ลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทโทจำนวน 1,000 หุ้นราคามูลค่าหุ้นละ 100 บาท ในราคาหุ้นละ 101 บาทเสียค่านายหน้าจำนวน 1,000 บาทโดยกิจการตั้งใจถือไว้เผื่อขาย

การบันทึกบัญชี
เดบิต หลักทรัพย์เผื่อขาย- หุ้นสามัญ บริษัทโท 102,000
เครดิต เงินสด (1,000×101+1,000) 102,000
บริษัทเอก ลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทโท

2.การซื้อด้วยการจ่ายเงินสดเพียงบางส่วน

ตัวอย่างที่ 2 จากตัวอย่างที่ 1 หากบริษัทเอก จ่ายเงินสดไปจำนวน 50,000 บาท
การบันทึกบัญชี

เดบิต หลักทรัพย์เผื่อขาย- หุ้นสามัญ บริษัทโท 102,000
เครดิต เงินสด 50,000
เจ้าหนี้ 52,000

บริษัทเอก ลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทโทและจ่ายเงินเพียงบางส่วน

3.การซื้อหุ้นด้วยสินทรัพย์อื่นที่ไม่ใช่เงินสด

ตัวอย่างที่ 3 กิจการลงทุนซื้อหุ้นบุริมสิทธิ์ 9 %ของบริษัทวาย เป็นเงินลงทุนทั่วไปจำนวน 1,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาทราคาตลาดหุ้นละ 90 บาทโดยนำที่ดินราคาทุน 65,000 บาทและมีมูลค่ายุติธรรม 100,000 บาทไปแลกเปลี่ยน

การบันทึกบัญชี
เดบิต เงินลงทุนทั่วไป-หุ้นบุริมสิทธิ์ 9% บริษัทวาย 100,000
เครดิต ที่ดิน 65,000
รายการกำไรจากการแลกเปลี่ยน 35,000
กิจการลงทุนซื้อหุ้นบุริมสิทธิ์ 9 %ของบริษัทวาย เป็นเงินลงทุนทั่วไป

4.การซื้อหุ้นด้วยสินทรัพย์ที่มีค่าเสื่อมราคาสะสม

ตัวอย่างที่ 4 กิจการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทเก้า ไว้เป็นหลักทรัพย์เผื่อขายจำนวน10,000 หุ้นมูลค่าหุ้นละ 10 บาทมูลค่ายุติธรรมหุ้นละ 15 บาท โดยนำเครื่องตกแต่งราคาทุน 280,000 บาทค่าเสื่อมราคาสะสม 140,000 บาทไปแลกเปลี่ยน

การบันทึกบัญชี
เดบิต หลักทรัพย์เผื่อขาย-หุ้นสามัญบริษัทเก้า 150,000
ค่าเสื่อมราคาสะสม- เครื่องตกแต่ง 140,000
เครดิต เครื่องตกแต่ง 280,000
กำไรจากการแลกเปลี่ยน 10,000
กิจการซื้อหุ้นสามัญโดยการนำเครื่องตกแต่งไปแลกเปลี่ยน

5.การซื้อหุ้นระหว่างมีการประกาศจ่ายเงินปันผล

ตัวอย่างที่ 5 กิจการลงทุนซื้อหุ้นสามัญ9 %ของบริษัทหนึ่งเป็นหลักทรัพย์เผื่อขายจำนวน 100 หุ้นมูลค่าหุ้นละ 100 บาทในราคาหุ้นละ 140 บาท ซึ่งเป็นราคาที่รวมเงินปันผลครึ่งปีไว้แล้ว

6. การซื้อหุ้นมากกว่า 1 ชนิด

ตัวอย่างที่ 6 กิจการซื้อเงินลงทุนทั่วไปจากบริษัทสอง จำนวน 100 หน่วยๆละ 450 บาท หุ้น 1 หน่วยประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 2 หุ้นราคาหุ้นละ 200 บาทและหุ้นบุริมสิทธิ 1 หุ้นราคาหุ้นละ 100 บาท ราคาตลาดหุ้นสามัญหุ้นละ 180 บาทและหุ้นบุริมสิทธิ หุ้นละ 110 บาท

ตัวอย่างที่ 7 จากตัวอย่างที่ 6 ราคาตลาดของหุ้นสามัญหุ้นละ 200 บาท

การบันทึกบัญชี
เดบิต เงินลงทุนทั่วไป-หุ้นสามัญ(200 ×200) 40,000
เงินลงทุนทั่วไป-หุ้นบุริมสิทธิ 5,000
เครดิต เงินสด 45,000
กิจการซื้อเงินลงทุนทั่วไปของบริษัทสองและทราบราคาตลาดเพียงชนิดเดียว

ตัวอย่างที่ 8 จากตัวอย่างที่ 6

การบันทึกบัญชี
เดบิต เงินลงทุนทั่วไป-หุ้นสามัญและเงินลงทุนทั่วไป-หุ้นบุริมสิทธิ 45,000
เครดิต เงินสด 45,000
กิจการบันทึกซื้อเหมาด้วยวิธีที่ไม่ทราบราคาตลาดของหุ้นทั้งสองประเภท

7.การรับเงินปันผลด้วยเงินสดมีขั้นตอนการรับเงินปันผล ณ วันประกาศจ่ายและรับเงินปันผลดังนี้

วันประกาศจ่ายเงินปันผล
การบันทึกบัญชี
เดบิต เงินปันผลค้างรับ xxx
เครดิต รายได้เงินปันผล xxx
วันรับเงินปันผล
การบันทึกบัญชี
เดบิต เงินสด xxx

เครดิต เงินปันผลค้างรับ xxx

ตัวอย่างที่ 9 กิจการลงทุนในหุ้นสามัญ10% ของบริษัทสามซึ่งเป็นหลักทรัพย์เผื่อขายจำนวน 100 หุ้นมูลค่าหุ้นละ 100 บาท บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 1 ปีกิจการจะบันทึกวันประกาศจ่ายเงินปันผลและรับเงินปันผลดังนี้

การบันทึกบัญชี
เดบิต เงินปันผลค้างรับ 1,000
เครดิต รายได้เงินปันผล 1,000
บริษัทสามประกาศจ่ายเงินปันผล

กิจการได้รับเงินปันผลโดย

การบันทึกบัญชี
เดบิต เงินสด 1,000
เครดิต เงินปันผลค้างรับ 1,000
ได้รับเงินปันผลที่บริษัทสามประกาศจ่ายเป็นเงินสด
หากกิจการไม่สามารถจ่ายเงินปันผลกิจการอาจจ่ายหุ้นปันผลได้ดังเช่น

8.การจ่ายหุ้นปันผล แบ่งออกเป็น

-หุ้นปันผลชนิดเดียวกัน กรณีนี้ให้บันทึกความทรงจำได้โดยไม่ต้องบันทึกบัญชี

ตัวอย่างที่ 10 กิจการซื้อหลักทรัพย์เผื่อขาย-หุ้นสามัญในบริษัทหลักทรัพย์ มีรายการดังต่อไปนี้

ครั้งที่ 1 จำนวน 200 หุ้น ราคาหุ้นละ 105 บาท เป็นเงิน 21,000 บาท
ครั้งที่ 2 จำนวน 100 หุ้น ราคาหุ้นละ 110 บาท เป็นเงิน 11,000 บาท
รวม 300 หุ้น ราคา 32,000 บาท
ต่อมาได้รับปันผลเป็นหุ้นสามัญในอัตรา 10 % ของหุ้นที่ถืออยู่
บันทึกบัญชี บันทึกความทรงจำ ได้รับหุ้นสามัญปันผลในอัตรา 10% ของหุ้นที่ถืออยู่ 300 หุ้น เป็นจำนวน 30 หุ้น รวมหุ้นทั้งหมด 330 หุ้น ราคาทุน 32,000 บาท
ราคาทุนถัวเฉลี่ยต่อหุ้น = 96.97 บาท
ราคาทุนถัวเฉลี่ยต่อหุ้น = 32,000/300 = 96.97 บาท

ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 40 กำหนดให้กิจกานต้องใช้วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักเพียงวิธีเดียวในการคำนวณต้นทุนของเงินลงทุนชนิดเดียวกันที่กิจการจำหน่ายเพียงบางส่วน

หุ้นสามัญปันผลนี้ไม่ถือเป็นรายได้ของผู้ถือหุ้น เนื่องจากเป็นเพียงการโอนส่วน
ได้เสียในกำไรไปเป็นส่วนได้ในทุน ทำให้ส่วนได้เสียของผู้ถือหุ้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องจำนวนเงินแต่อย่างใด

ตัวอย่างที่ 11 หากต่อมากิจการได้ขายหุ้นสามัญไปจำนวน 200 หุ้นในราคาหุ้นละ 102 บาทจะบันทึก

เดบิต เงินสด (200×102) 20,400
เครดิต หลักทรัพย์เผื่อขาย-หุ้นสามัญ (200×96.97) 19,394
กำไรจากการจำหน่ายหลักทรัพย์เผื่อขาย 1,006
ขายหลักทรัพย์เผื่อขายไปบางส่วน

หุ้นต่างชนิดกับหุ้นที่กิจการถืออยู่

– กรณีนี้จะบันทึกแบ่งราคาทุนของหุ้นเดิมเป็นราคาทุนของหุ้นปันผลตามอัตราส่วนของราคาขายของหุ้น แต่ละชนิดแล้วโอนราคาทุนของหุ้นเดิมออกจากบัญชีเพื่อบันทึกเป็นราคาขายหุ้นใหม่ตามที่คำนวณได้

ตัวอย่างที่ 12 บริษัทฟ้ามีเงินลงทุนให้หุ้นสามัญของบริษัทดาวจำนวน 1,000 หุ้นมูลค่าหุ้นละ12 บาทในราคาทุน 50,000 บาทโดยตั้งใจถือไว้เผื่อขายต่อมาได้รับหุ้นบุริมสิทธิปันผลมูลค่าหุ้นละ 100 บาทจากบริษัทดาวในอัตรา 1 หุ้นต่อ 5 หุ้นสามัญที่ถืออยู่ราคาตลาดหุ้นสามัญหุ้นละ 76 บาทและหุ้นบุริมสิทธิหุ้นละ 120 บาท

การคำนวณราคาทุนของเงินลงทุนหุ้นบุริมสิทธิ

การบันทึกบัญชี
เดบิต หลักทรัพย์เผื่อขาย-หุ้นบุริมสิทธิ์บริษัทดาว 12,000
เครดิต หลักทรัพย์เผื่อขาย – หุ้นสามัญ 12,000
กิจการได้รับหุ้นบุริมสิทธิปันผลจากบริษัทดาว

9.สิทธิในการซื้อหุ้นที่ออกใหม่ (Stock rights ) ตามปกติผู้ถือหุ้นเดิมมีสิทธิซื้อหุ้น
ใหม่ในบริษัทได้ก่อนบุคคลอื่น ในทางปฏิบัติบริษัทจะออกใบแสดงสิทธิให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมเพื่อนำไปแลกซื้อหุ้นที่ออกใหม่ปกติจะให้ใบแสดงสิทธิ 1 ฉบับต่อ 1 หุ้นเดิม แต่การซื้อหุ้นที่ออกใหม่นั้นจะต้องใช้สิทธิจำนวนเท่าใดย่อมแล้วแต่บริษัทเป็นผู้กำหนดไว้ ในการเสนอให้สิทธิบริษัทจะแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิเช่น จำนวนสิทธิที่ต้องใช้เพื่อซื้อหุ้นที่ออกใหม่ 1 หุ้นราคาหุ้นที่กำหนดให้ผู้ที่ใช้สิทธิต้องจ่ายและวันลงทะเบียนและวันสิ้นอายุการใช้สิทธิ

ตัวอย่างที่ 13 บริษัทสาวซื้อเงินลงทุนหุ้นสามัญในบริษัทสวยจำนวน 500 หุ้นมูลค่าหุ้นละ 100 บาทในราคาหุ้นละ 120 บาทต่อมาบริษัทสวยได้ประกาศให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นโดยให้ใบแสดงสิทธิ 1 ใบต่อ 1 หุ้นที่ถืออยู่ผู้ถือหุ้นจะต้องใช้สิทธิ 5 สิทธิในการซื้อหุ้นสามารถนำไปแลกซื้อหุ้นใหม่ได้จำนวน 100 หุ้น หากราคาตลาดของหุ้นสามัญไม่รวมสิทธิในวันนี้หุ้นละ 140 บาทและราคาตลาดของสิทธิหน่วยละ 4 บาท การแบ่งราคาทุนหุ้นสามัญให้เป็นราคาของสิทธิซื้อหุ้นใหม่คำนวณได้ดังนี้

เดบิต สิทธิซื้อหุ้นใหม่ในบริษัทสวยจำกัด 1,667
เครดิต หลักทรัพย์เผื่อขาย-หุ้นสามัญในบริษัทสวย 1,667
ได้รับสิทธิซื้อหุ้นใหม่จากหุ้นที่ถืออยู่
กรณีนำสิทธิไปซื้อหุ้นใหม่จากตัวอย่างที่ 13 นำสิทธิไปซื้อหุ้นใหม่จำนวน 100 หุ้นในราคาหุ้นละ100 บาทการบันทึกจะเป็นดังนี้

เดบิต หลักทรัพย์เผื่อขาย-หุ้นสามัญในบริษัทสวย 11,667
เครดิต สิทธิซื้อหุ้นสามัญในบริษัทสวย 1,667
เงินสด (100×100) 10,000
ใช้สิทธิซื้อหุ้น จำนวน 100 หุ้น

หากกิจการนำสิทธินี้ไปขาย สมมตินำสิทธิไปขายได้ในราคา 2,000 บาทจะบันทึก

เดบิต เงินสด 2,000
เครดิต สิทธิซื้อหุ้นสามัญในบริษัทสวย 1,667
กำไรจากการขายสิทธิ 333
กิจการนำสิทธิไปขาย

หากกิจการเพิกเฉยการใช้สิทธิ จะบันทึก

เดบิต ขาดทุนจากการไม่ใช้สิทธิซื้อหุ้น 1,667
เครดิต สิทธิซื้อหุ้นสามัญในบริษัทสวย 1,667

10.การไถ่ถอนหุ้นทุน สมมติกิจการได้ซื้อหุ้นสามัญไว้เผื่อขายจำนวน 1,000 หุ้นราคามูลค่าหุ้นละ100 บาทในราคาหุ้นละ 110 บาท ต่อมากิจการได้ไถ่ถอนหุ้นสามัญคืนจำนวนทั้งหมดในอัตราหุ้นละ 112 บาท กิจการจะบันทึก

เดบิต เงินสด (1,000 ×112) 112,000
เครดิต หลักทรัพย์เผื่อขาย- หุ้นสามัญ (1,000×110) 110,000
กำไรจากการไถ่ถอนหุ้นสามัญ 2,000

11.การแปลงสภาพหุ้น หลักการบันทึกบัญชีจะบันทึกหุ้นใหม่และเครดิตหุ้นเดิมออกเช่นสมมติกิจการแปลงสภาพจากหุ้นสามัญที่ซื้อไว้เผื่อขายราคาทุนจำนวน 100,000 บาทมาเป็นเงินลงทุนทั่วไปซึ่งมีราคายุติธรรมเท่ากัน 120,000 บาทจะบันทึก

เดบิต เงินลงทุนทั่วไป 120,000
เครดิตหลักทรัพย์เผื่อขายหุ้นสามัญ 100,000
กำไรจากการแปลงสภาพหุ้น 20,000

ต้นทุนของเงินลงทุน

ต้นทุนของเงินลงทุนระยะยาวคือรายจ่ายทั้งหมดที่จ่ายไปเพื่อให้ได้เงินลงทุนนั้นมา ซึ่งได้แก่

  • ราคาจ่ายซื้อเงินลงทุน
  • ค่านายหน้า
  • ค่าธรรมเนียมและค่าภาษี
  • ต้นทุนทางการเงิน
  • ต้นทุนในการบริหาร
  • ต้นทุนในการจัดทำรายการ ฯลฯ

ประเภทของเงินลงทุนระยะยาว

มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 40 แบ่งตามวัตถุประสงค์ได้ 3 ประเภท

  1. หลักทรัพย์เผื่อขาย หมายถึง เงินลงทุนในตราสารหนี้ทุกชนิดหรือตราสารทุนในความต้องการของตลาดซึ่งไม่ถือเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้า และในขณะเดียวกันไม่ถือเป็นตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนดหรือเงินลงทุนในบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม
  2. เงินลงทุนทั่วไป หมายถึงเงินลงทุนในตราสารทุนที่ไม่ได้อยู่ในความต้องการของตลาดทำให้ไม่สามารถจัดประเภทเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้า หรือหลักทรัพย์เผื่อขายได้
  3. ตราสารที่จะถือไว้จนครบกำหนด หมายถึงเงินลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ที่กิจการมีความตั้งใจแน่วแน่ และมีความสามารถที่จะถือไว้จนครบกำหนดไถ่ถอน

สรุป หลักทรัพย์เผื่อขาย เป็นหลักทรัพย์ที่กิจการได้มาโดยไม่มีวัตถุประสงค์ที่แน่นอน และไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะค้าหลักทรัพย์นั้น แต่จะขายหลักทรัพย์ดังกล่าวทันทีที่โอกาสอำนวย ถ้ากิจการตั้งใจถือไว้เกิน 1 ปีให้ถือเป็นเงินลงทุนระยะยาว แสดงเป็นสินทรัพย์ประเภทเงินลงทุนระยะยาว ส่วนตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด ถือเป็นเงินลงทุนระยะยาว ซึ่งกิจการมีความตั้งใจว่าจะถือไปจนครบกำหนด โดยที่จะไม่ขายหรือโอนเปลี่ยนสภาพเว้นแต่จะเกิดสถานการณ์ และเงินลงทุนทั่วไปเป็นตราสารที่ไม่อยู่ในความต้องการของตลาด กิจการจัดประเภทของเงินลงทุนนี้เป็นเงินลงทุนทั่วไประยะยาวแสดงเป็นสินทรัพย์ประเภทเงินลงทุนระยะยาว

การจัดประเภทเงินลงทุนระยะยาวในหุ้นทุน

  1. สามารถจัดประเภทเงินลงทุนระยะยาวในหุ้นทุนได้ดังน
  2. ตราสารทุนในความต้องการของตลาด ซึ่งจัดเป็นหลักทรัพย์ เผื่อขาย
  3. ตราสารทุนที่ไม่อยู่ในความต้องการของตลาด ได้แก่เงินลงทุนทั่วไป

ความหมายของเงินลงทุนระยะยาว

ส่วนความหมายของ เงินลงทุนระยะยาว (Long Term Investment) ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 40 เรื่อง การบัญชีสำหรับเงินลงทุนในตราสารหนี้ และตราสารทุน หมายถึง เงินลงทุนที่กิจการตั้งใจจะถือไว้เกิน 1 ปี เงินลงทุนระยะยาวรวมถึง

  • ตราสารทุนที่จัดประเภทเป็นหลักทรัพย์เผื่อขาย
  • เงินลงทุนทั่วไป
  • ตราสารหนี้ที่จัดประเภทเป็นหลักทรัพย์เผื่อขาย
  • ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด

เยาวลักษณ์ สุขวิบูลย์ (2544 : 6-1) กล่าวสรุปความหมายของเงินลงทุนระยะยาวหมายถึง
เงินลงทุนระยะยาว หมายถึง หลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ที่กิจการซื้อไว้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาผลประโยชน์จากการลงทุนนั้น และไม่มีความตั้งใจที่จะขายเมื่อต้องการใช้เงินสด ซึ่งเป็นเงินลงทุนในลักษณะที่ไม่ใช่เงินลงทุนชั่วคราว หรือสินทรัพย์หมุนเวียน แต่เป็นเงินลงทุนประเภทที่จัดอยู่ในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอันได้แก่

  • เงินลงทุนซื้อหุ้นทุนในบริษัทอื่น
  • เงินลงทุนซื้อพันธบัตรหรือหุ้นกู้
  • เงินกองทุนที่ตั้งไว้เพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะเช่น เงินกองทุนเพื่อไถ่ถอนหุ้นกู้ หรือหุ้นบุริมสิทธิ
  • เงินลงทุนซื้อที่ดิน หรือสินทรัพย์อื่น ที่มิได้นำมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานของกิจการในปัจจุบัน
  • เงินลงทุนในรูปแบบอื่น ๆ เช่นเงินล่วงหน้าให้บริษัทย่อยหรือบริษัทในเครือ มูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิต เงินลงทุนในห้างหุ้นส่วน และในกิจการร่วมค้า

จากความหมายข้างต้นสามารถสรุปได้ดังนี้ เงินลงทุนหมายถึง เงินลงทุนที่กิจการตั้งใจถือไว้เกิน 1 ปี รวมถึงตราสารทุนที่จัดประเภทเป็นหลักทรัพย์เผื่อขาย เงินลงทุนทั่วไป ตราสารหนี้ที่จัดประเภทเป็นหลักทรัพย์เผื่อขาย และตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด

คลิ๊กเพื่อดาวน์โหลดแบบฝึกหัด