หลักการบัญชีสำหรับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน

มกราคม 24, 2008

หลักการบัญชีสำหรับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน

หลักบัญชีสำหรับสินทรัพย์ไม่มีตัวตนตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 51 จะเหมือนกับหลักการบัญชีที่ใช้สำหรับที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ กิจการสามารถนำมาปฏิบัติกับสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ได้มาจากภายนอกและสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่เกิดขึ้นภายใน คือ

ใช้หลักราคาทุนบันทึกสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ณ วันที่ได้สินทรัพย์นั้นมา เมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขทุกข้อนี้

  • มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่กิจการจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตจากการใช้สินทรัพย์นั้น
  • ต้นทุนของสินทรัพย์สามารถวัดมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือ

ใช้หลักการจับคู่ในระหว่างงวดที่ใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์
ณ วันที่จำหน่ายสินทรัพย์ ใช้หลักการรับรู้รายได้และบันทึกกำไรหรือขาดทุนเท่ากับผลต่างระหว่างเงินที่ได้รับและราคาตามบัญชีของสินทรัพย์วิธีการบันทึกบัญชีของกิจการมีหลักการบันทึกบัญชีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1.การบันทึกเกี่ยวกับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน การได้รับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน และ การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับสินทรัพย์ไม่มีตัวตนแบ่ง
ออกเป็น 4 กรณีดังสรุปได้ต่อไปนี้

กรณีที่ 1 กรณีกิจการได้จ่ายเงินสดเพื่อซื้อหรือ เป็นค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่ายด้านคดีความเพื่อปกปักรักษาสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อจะบันทึกสินทรัพย์ไม่มีตัวตนตามจำนวนที่จ่ายไป

ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 10 เมษายน 25xx กิจการได้จ่ายเงินสดเพื่อซื้อสิทธิบัตรสำหรับผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่งเป็นเงินสด 50,000 บาท การบันทึกบัญชีเป็นดังนี้

2.สินทรัพย์อื่น


มูลค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนให้ถือตามมูลค่ายุติธรรม (Fair Value) ของหุ้นหรือสินทรัพย์อื่นนำไปแลกเปลี่ยนหรืออาจบันทึกบัญชีโดยใช้มูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ถาวรไม่มีตัวตนนั้น แล้วแต่มูลค่าใดจะมีหลักฐานน่าเชื่อถือกว่ากัน และปรับด้วยเงินสดหรือค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายไปเพื่อโอนหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์นั้น

ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 20 เมษายน 25xx บริษัทสกลการพิมพ์ จำกัด ได้ซื้อลิขสิทธิ์งานจากผู้ประพันธ์รายหนึ่งโดยชำระเป็นหุ้นสามัญจำนวน 100 หุ้น ราคาที่ตราไว้หุ้นละ 200 บาท มูลค่ายุติธรรมในขณะนั้นหุ้นละ 220 บาท การบันทึกบัญชีเป็นดังนี้

กรณีที่ 3 ถ้ากิจการซื้อสินทรัพย์ถาวรไม่มีตัวตนหลายประเภทรวมกัน ควรจัดสรรเป็นราคาทุนของสินทรัพย์แต่ละประเภทตามมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์แต่ละประเภทดังกล่าว

ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 22 มกราคม 25xx บริษัท กอหญ้า จำกัด ได้รับสัมปทานการผลิตสินค้าอย่างหนึ่งโดยบริษัทได้โอนอาคารให้เป็นการแลกเปลี่ยนกับสัมปทาน อาคารดังกล่าวมีราคาทุน 2 ล้านบาท และปัจจุบันมีราคาตามบัญชี คือ 1,500,000 มูลค่ายุติธรรมของอาคารหลังนี้เท่ากับ 1,800,000 บาท การบันทึกบัญชีเป็นดังนี้

กรณีที่ 4 การด้อยค่าของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนการด้อยค่าของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน
อาจเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น ภาวการณ์แข่งขัน การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี เป็นตัน ซึ่งควรบันทึกการด้อยค่าดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายในงวดบัญชีที่เกิดการด้อยค่านั้น

ตัวอย่าง บริษัท ศรีสยาม มีสิทธิบัตรในการสกัดน้ำมันจากผลไม้ชนิดหนึ่ง ต่อมาราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง ทำให้การใช้เทคโนโลยีในการสกัดน้ำมันจากผลไม้ชนิดนี้มีต้นทุนที่สูง เมื่อเทียบกับยอดขาย ซึ่งหากสกัดโดยวิธีนี้จะทำให้กำไรลดลงโดยประมาณว่ากระแสเงินสดสุทธิที่คาดว่าจะได้รับจากสิทธิบัตรในอนาคตเป็นเงิน 4 ล้านบาท ในขณะที่ราคาตามบัญชีของสิทธิบัตรคือ 5 ล้านบาท จึงเกิดการด้อยค่าของสิทธิบัตรขึ้นและเมื่อคิดลดกระแสเงินสดสุทธิดังกล่าวด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดสุทธิซึ่งก็คือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของสิทธิบัตรเท่ากับ 3.8 ล้านบาท

ราคาตามบัญชีของสิทธิบัตร 5,000,000 บาท
ราคายุติธรรมของสิทธิบัตร 3,800,000 บาท
ขาดทุนจากการด้อยค่าของสิทธิบัตร 1,200,000 บาท

การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน
การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนซึ่งได้บันทึกไว้ในราคาทุนออกเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละงวดบัญชีสามารถตัดได้หลายวิธี เช่น วิธีเส้นตรง วิธีอัตราเร่งหรือวิธีอัตราลดลง เป็นต้น ทั้งนี้มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 43 เรื่องการรวมกิจการ ของสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทยได้ให้แนวทางในการตัดจำหน่ายค่าความนิยม โดยให้ใช้วิธีเส้นตรงเว้นแต่จะมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าการตัดจำหน่ายวิธีอื่นจะเหมาะสมกว่าภายใต้สถานการณ์ที่เป็นอยู่ สำหรับสูตรในการคำนวณค่าตัดจำหน่ายแสดงได้ดังนี้


การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนอาจเครดิตบัญชีค่าตัดจำหน่ายสะสมหรืออาจจะเครดิตบัญชีสินทรัพย์ถาวรไม่มีตัวตนโดยตรงก็ได้ แต่การเครดิตบัญชีค่าตัดจำหน่ายสะสมจะทำให้ทราบถึงราคาทุนเดิมที่ได้บันทึกไว้รวมทั้งจำนวนที่ได้ตัดจำหน่ายไป

ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 1 มกราคม 25xx บริษัทภูมิ จำกัดได้รับสัมปทานในการเดินเรือเพื่อรับผู้โดยสารข้ามท่าเป็นเวลา 5 ปี จำนวนเงินจ่ายครั้งเดียวรวม 500,000 บาท ดังนั้นจึงต้องตัดบัญชีปีละ 100,000 บาท

3.การขายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน

ในการขายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนนั้นจะพิจารณาเป็น 2 กรณีคือการขายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ระบุได้กับการขายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่สามารถระบุได้

การขายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ระบุได้ สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ระบุได้เป็นสินทรัพย์ที่สามารถขายแยกต่างหากโดยไม่จำเป็นต้องขายกิจการ สินทรัพย์ประเภทนี้ได้แก่ สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้าและสัมปทาน กิจการจะต้องบันทึกผลต่างระหว่างราคาตามบัญชีรับราคาที่ขายได้เป็นรายการกำหนดหรือขาดทุนจากการขายสินทรัพย์

ตัวอย่าง บริษัท สหชัย จำกัด ได้จดทะเบียนสิทธิบัตรในการประดิษฐ์ชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องกรองน้ำเมื่อวันที่ 1 มกราคม 25xx ซึ่งคาดว่าสิทธิบัตรจะให้ประโยชน์ 15 ปี ราคาทุนของสิทธิบัตรเป็นเงิน 300,000 บาท ต่อมาในวันที่ 1 มกราคม 25×1 ได้ขายสิทธิบัตรให้แก่กิจการอื่นเป็นเงิน 270,000 บาท

ราคาทุนของสิทธิบัตร 300,000 บาท
สิทธิบัตรที่ตัดบัญชีไปแล้ว 2 ปี (300,000*2/15) (40,000) บาท
ราคาตามบัญชีของสิทธิบัตร ณ วันที่ 1 มกราคม 25×1 260,000 บาท
ราคาที่ขายได้ 270,000 บาท
กำไรจากการขายสิทธิบัตร 10,000 บาท

การขายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่สามารถระบุได้ สินทรัพย์ประเภทนี้ก็คือค่าความนิยมนั่นเอง ซึ่งไม่สามารถขายแยกต่างหากจากกิจการ รายละเอียดการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับค่าความนิยมจะได้ศึกษาต่อไปในการบัญชีชั้นสูงตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 43 เรื่องการรวมกิจการ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s