การตัดจำหน่ายสินทรัพย์

มกราคม 12, 2008

การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับการตัดจำหน่ายสินทรัพย์

การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ หมายถึง การขายสินทรัพย์ การเลิกใช้สินทรัพย์ เช่น หมดอายุ เสื่อมสภาพ เก่าล้าสมัย ทำให้ไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย
ลักษณะของการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ แบ่งออกเป็นดังนี้

1) การขายที่ดิน อาคาร และ อุปกรณ์
2) การเลิกใช้ที่ดิน อาคาร และ อุปกรณ์
3) สินทรัพย์เสียหายจากอุบัติภัยต่าง ๆ
4) การแลกเปลี่ยนที่ดิน อาคาร และ อุปกรณ์์

1. การขายสินทรัพยกรณีการขายวิธีนี้ถ้าสินทรัพย์ไม่มีราคาซาก การขายจะ ก่อให้เกิดกำไร แต่ถ้ามีราคาซาก เงินสดที่ได้รับสูงกว่ามูลค่าซากย่อมเกิดผลกำไรแต่ถ้าเงินได้รับต่ำก็ขาดทุน

ตัวอย่าง 25×1 ม.ค. 1 กิจการซื้อเครื่องถ่ายเอกสารราคา 60,000 บาท เครื่องถ่าย
เอกสารมีราคาซาก 4,000 บาท อายุการใช้งาน 4 ปี คิด
ค่าเสื่อมราคาวิธีเส้นตรง

25×4 ม.ค. 1 ขายเครื่องถ่ายเอกสาร ราคา 22,000 บาท

ให้ทำ บันทึกบัญชีในวันขาย

2.การเลิกใช้ที่ดิน อาคาร และ อุปกรณ์ กรณีนี้เป็นการเลิกใช้งานเนื่องจากหมดอายุและมิได้ขายจึงไม่การคำนวณกำไรหรือขาดทุน ยกเว้นสินทรัพย์ที่มีราคาซากคงอยู่ให้ บันทึกขาดทุนจากการเลิกใช้
ตัวอย่าง 25×6 ม.ค. 20 กิจการเลิกใช้เครื่องโรเนียวราคาทุน 80,000 บาทราคาซาก 5,000 บาทคิดค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรงอายุการใช้งาน 5 ปี กิจการใช้ เครื่องโรเนียวจนครบอายุจึงทำการตัดบัญชี

หากต่อมา 25×6 ก.ค.1 กิจการขายราคาซากของเครื่องโรเนียวได้ 5,000.-บาท

3.สินทรัพย์เสียหายจากอุบัติภัยต่าง ๆ เมื่อเกิด ไฟไหม้ น้ำท่วม โจรกรรม กิจการต้องบันทึกตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่เสียหายออกจากบัญชีทำให้เกิดผลขาดทุนขึ้น ส่วนราคาซากอาจนำไปขายเพื่อชดเชยผลขาดทุนได้

ตัวอย่าง 25×6 ม.ค. 1 อาคารราคาทุน 600,000 บาท ราคาซาก 50,000 บาท คาดอายุการใช้งาน 20 ปี คิดค่าเสื่อมวิธีเส้นตรง ใช้งานได้ 5 ปี เกิดไฟไหม้อาคารขายเศษซากได้ 20,000 บาท

4.การนำสินทรัพย์เก่าไปแลกเปลี่ยน (Assets Acquired by Exchange) ราคาทุนของสินทรัพย์ใหม่ ควรบันทึก ด้วยราคาตลาดของสินทรัพย์ที่นำไปแลกเปลี่ยน หรือ ราคาตลาดของสินทรัพย์ใหม่ แล้วแต่ราคาใดจะเป็นราคาที่มีหลักฐานเป็นที่ทราบแน่นอน ถ้าหากไม่ทราบราคาตลาดทั้ง 2 กรณี ให้ใช้ราคาตามบัญชีของสินทรัพย์ที่นำไปแลก เป็นราคาทุนของสินทรัพย์ใหม่ เมื่อมีการแลกเปลี่ยนเกิดขึ้น ต้องโอนบัญชีสินทรัพย์เดิม พร้อมค่าเสื่อมราคาสะสมจนถึงวันแลกเปลี่ยน และบันทึกการจ่ายเงินสดเพิ่มเติม ตามที่ตกลงกัน รวมทั้งกำไรขาดทุนจากการแลกเปลี่ยน ส่วนราคาของสินทรัพย์ใหม่จะบันทึกราคาดังนี้

  • บันทึกสินทรัพย์ใหม่ในราคาตลาดของสินทรัพย์เดิมบวกเงินสดที่ต้องจ่าย วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำให้ราคาทุนของสินทรัพย์ใหม่ใกล้เคียงกับราคาซื้อด้วยเงินสดตัวอย่าง กิจการนำเครื่องจักรเก่าไปแลกเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ซึ่งเครื่องจักรเก่ามีราคาทุน 50,000 บาท ค่าเสื่อมสะสมจนถึงวันแลกมีจำนวน 30,000 บาท ราคาตลาดเครื่องจักร ขณะนั้น 18,000 บาท เครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่มีราคา 38,000 บาทผู้ขายตีราคาเครื่องจักรเก่าให้ 19,000 บาท
    คำนวณราคาทุนของเครื่องคอมพิวเตอร์

  • บันทึกสินทรัพย์ใหม่ด้วยราคาตลาดของสินทรัพย์ใหม่ ในกรณี ที่ไม่ทราบราคาตลาดของสินทรัพย์เดิม ให้บันทึกราคาทุนของสินทรัพย์ใหม่ด้วยราคาตลาด หรือ ราคาที่จะซื้อสินทรัพย์ใหม่ด้วยเงินสด

    ตัวอย่าง
    กิจการนำรถยนต์เก่าไปแลกเครื่องจักรใหม่ซึ่งรถยนต์มีราคาทุน 800,000 บาทค่าเสื่อมสะสมจนถึงวันแลกมีจำนวน 300,000 บาท เครื่องจักรมี ราคาตลาด 900,000 บาท ผู้ขายรับแลกเปลี่ยนตกลงให้จ่ายเงินเพิ่มอีก 320,000 บาท
  • บันทึกสินทรัพย์ใหม่ในราคาแลกเปลี่ยนบวกเงินสดที่ต้องจ่ายเพิ่ม วิธีนี้ เป็นวิธีที่ไม่ทราบราคาตลาดของสินทรัพย์เดิมหรือราคาตลาดของสินทรัพย์ใหม่ตัวอย่าง 25×1 ม.ค. 1 กิจการนำรถยนต์เก่าราคาทุน 900,000 บาท
    ค่าเสื่อมสะสมจนถึงวันแลกมีจำนวน 600,000 บาท ไปแลกรถยนต์ใหม่ซึ่งผู้ขายตีราคารถเก่าให้ 250,000 บาท กิจการต้องจ่ายเงินสดเพิ่ม 670,000 บาท

  • บันทึกสินทรัพย์ใหม่ราคาตามบัญชีของสินทรัพย์เดิมบวกจำนวนเงินสดที่จ่ายเพิ่ม

    ตัวอย่าง
    25×1 ม.ค. 1 กิจการนำเครื่องจักรเก่าราคาทุน 500,000 บาทค่าเสื่อมสะสมจนถึงวันแลกจำนวน 350,000 บาท ไปแลกเครื่องจักรใหม่โดยจ่ายเงินสดเพิ่ม 450,000 บาท

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s