การรับรู้และการวัดมูลค่าสินทรัพย์

ตุลาคม 7, 2007

  1. รับรู้สินทรัพย์ ศิลปพร ศรีจั่นเพชร (2549 : 26) กล่าวถึง การรับรู้สินทรัพย์ควรรับรู้สินทรัพย์ในงบดุลเมื่อมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตจะเข้าสู่กิจการ และสินทรัพย์นั้นมีราคาทุน หรือมูลค่าที่สามารถวัดได้อย่างน่าเชื่อถือ หากรายการนั้นไม่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต กิจการต้องรับรู้รายการดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนเช่นกิจการสามารถผลิตสินค้าได้มากขึ้นเนื่องจากเครื่องจักรมีประสิทธิภาพหรืออายุการใช้งานมากขึ้น และเครื่องจักรนั้นมีราคาทุนที่สามารถวัดได้อย่างน่าเชื่อถือ กิจการต้องรับรู้เครื่องจักรนี้เป็นสินทรัพย์ในงบดุล เนื่องจากเข้าเกณฑ์ของการรับรู้สินทรัพย์ ในทางตรงกันข้าม กิจการจ่ายค่าซ่อมแซมเครื่องจักรมูลค่า 35,000 บาทซึ่งรายการนี้ไม่ได้ทำให้กิจการได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจเกินกว่ารอบระยะเวลาบัญชีที่เกิดรายจ่ายนั้น กิจการต้องรับรู้ค่าซ่อมแซม 35,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน เนื่องจากรายการดังกล่าวไม่เป็นไปตามคำนิยามของสินทรัพย์
  2. การวัดมูลค่าสินทรัพย์ ศิลปพร ศรีจั่นเพชร (2549 : 27) กล่าวถึง การวัดมูลค่าของสินทรัพย์ตามเกณฑ์การวัดมูลค่าดังต่อไปนี้
    1. ราคาทุนเดิม (Historical Cost) เป็นราคาที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นราคาที่มีหลักฐาน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้แน่นอน เนื่องจากเป็นราคาที่ตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและราคาทุนยังช่วยแก้ปัญหาความยุ่งยากอันเนื่องมาจากมูลค่าของสินทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การวัดมูลค่าสินทรัพย์ตามราคาทุนมีข้อเสียอยู่หลายประการ เช่น สินทรัพย์ยังคงแสดงในราคาทุนเดิม ทั้งที่มูลค่าในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงจนราคาทุนเดิมไม่มีความหมายและได้คำนึงถึงกำไรขาดทุนอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงราคาของสินทรัพย์
    2. ราคาทุนปัจจุบัน (Current Cost) หมายถึงราคาที่กิจการจะต้องจ่ายในขณะนั้น
      เพื่อให้ได้มาซึ่งสินทรัพย์ชนิดเดียวกันหรือสินทรัพย์ที่เท่าเทียมกัน มูลค่าของสินทรัพย์อาจมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งทำให้ราคาทุนปัจจุบันของสินทรัพย์นั้นมีมูลค่าสูงหรือต่ำกว่าราคาทุนเดิมแล้วแต่สถานการณ์ เช่น กิจการบันทึกที่ดินในงบดุลด้วยราคาทุนเดิม 7 ล้านบาท เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ราคาทุนปัจจุบันมีมูลค่า 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่กิจการต้องจ่ายในขณะนั้นเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินแปลงนี้ การวัดมูลค่าสินทรัพย์ด้วยราคาทุนปัจจุบัน ให้ผลดีหลายประการ เช่น – ราคาทุนปัจจุบันเป็นราคาที่กิจการจะต้องจ่ายในขณะนั้นเพื่อให้ได้มาซึ่ง
      สินทรัพย์จึงช่วยให้กิจการสามารถเปรียบเทียบรายได้และค่าใช้จ่ายได้ชัดเจนมากขึ้น และใช้เป็นพื้นฐานในการพยากรณ์อนาคตอย่างสมเหตุสมผล
      – สินทรัพย์ที่แสดงด้วยราคาทุนปัจจุบัน ช่วยผู้ใช้งบการเงินในการตัดสินใจได้ชัดเจนกว่าราคาทุนเดิม
      – ในกรณีที่กิจการมีการจัดหาสินทรัพย์มาเพิ่มเติมอยู่เสมอราคาทุนปัจจุบันจะสะท้อนให้เห็นถึงมูลค่าของสินทรัพย์ในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน
      อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นการยากในการหาหลักฐานอ้างอิงสำหรับราคาทุนปัจจุบัน ราคาทุนปัจจุบันจึงเหมาะสมในกรณีที่กิจการสามารถกำหนดและพิสูจน์ราคาทุนปัจจุบันของการจัดหาสินทรัพย์นั้นได้
    3. มูลค่าที่จะได้รับ (Realizable Value) การวัดมูลค่าสินทรัพย์ด้วยมูลค่าที่จะได้รับเหมาะสมกับกิจการที่มีวัตถุประสงค์จะขายสินทรัพย์ในอนาคตอันใกล้หากกิจการสามารถประมาณต้นทุนที่เกิดจากค่าใช้จ่ายในการขายได้กิจการต้องนำมูลค่าที่จะได้รับหักด้วยค่าใช้จ่ายในการขายที่ประมาณไว้มูลค่านี้เรียกว่า มูลค่าสุทธิที่จะได้รับ อย่างไรก็ตาม การวัดมูลค่าสินทรัพย์ด้วยมูลค่าที่จะได้รับมีข้อจำกัดบางประการดังนี้
      -กิจการไม่สามารถวัดมูลค่าสินทรัพย์ด้วยมูลค่าที่จะได้รับสำหรับสินทรัพย์ทุกรายการเนื่องจากกิจการไม่มีเจตนาที่จะเก็บสินทรัพย์บางประเภทไว้ขาย หรือสินทรัพย์ไม่มีราคาตลาดในขณะนั้น

      – การวัดมูลค่าสินทรัพย์ด้วยมูลค่าที่จะได้รับใช้ได้เฉพาะสินค้าที่มีไว้เพื่อขาย เช่นสินค้าหรือสินทรัพย์ที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะเก็บไว้ใช้

    4. มูลค่าปัจจุบัน (Present Value) การวัดมูลค่าสินทรัพย์ด้วยมูลค่าปัจจุบันเป็นวิธีวัดมูลค่าของสินทรัพย์ซึ่งคิดจากกระแสเงินสดที่กิจการคาดว่าจะได้รับในอนาคต ข้อมูลที่ต้องใช้ในการวัดมูลค่าของสินทรัพย์ด้วยมูลค่าปัจจุบัน มีดังนี้
      – กระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับในอนาคตจากสินทรัพย์

      – อัตราส่วนลด ซึ่งหมายถึงอัตราผลตอบแทนหรือต้นทุนของเงินที่เกี่ยวข้อง
      กับมูลค่าสินทรัพย์ที่จะได้รับในอนาคต

      – ระยะเวลาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหมายถึง ช่วงระยะเวลาจากปัจจุบันจนกระทั่งถึงวันที่เกิดรายการกิจการจะวัดมูลค่าของสินทรัพย์ด้วยมูลค่าปัจจุบัน เมื่อกิจการสามารถคาดคะเน หรือประมาณกระแสเงินสดรับ หรือรายการเทียบเท่าเงินสดที่จะได้รับในอนาคตได้ค่อนข้างแน่นอน

      ตัวอย่างเช่น ในกรณีของสัญญาเช่าการเงิน เมื่อสัญญาเช่าเข้าเกณฑ์ของสัญญาเช่าการเงิน ผู้เช่าจะบันทึกสินทรัพย์ตามสัญญาเช่าการเงินด้วยมูลค่าปัจจุบันของค่าเช่าขั้นต่ำ หรือมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ที่เช่า ณ วันทำสัญญาเช่าแล้วแต่ราคาใดจะต่ำ

    สรุป ตามแม่บทบัญชี สินทรัพย์ควรรับรู้ในงบดุลเมื่อมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตจะเข้าสู่กิจการ และสินทรัพย์นั้นมีราคาทุนหรือมูลค่าที่สามารถวัดได้อย่างน่าเชื่อถือ สินทรัพย์ไม่ควรรับรู้หากไม่น่าเป็นไปได้ที่กิจการจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจากรายจ่ายที่เกิดขึ้นเกินกว่ารอบระยะเวลาบัญชีที่เกิดรายจ่ายนั้น รายจ่ายควรรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s