ดาวน์โหลดแบบฝึกหัด

ลักษณะของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์

1.ความหมายของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์

มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 32 เรื่องที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ของสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย ได้ให้ความหมายของคำว่า “ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์” ไว้ดังนี้

ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ หมายถึง สินทรัพย์ที่มีตัวตนซึ่งเข้าเงื่อนไขทุกข้อต่อไปนี้

ก) กิจการมีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการผลิต เพื่อใช้ในการจำหน่ายสินค้าหรือบริการ เพื่อให้เช่า หรือเพื่อใช้ในการดำเนินงาน
ข) กิจการคาดว่าจะใช้ประโยชน์มากกว่าหนึ่งรอบปีบัญชี

สรุป ที่ดินอาคารและอุปกรณ์คือสินทรัพย์ที่มีตัวตนซึ่งกิจการมีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานซึ่งมีอายุเกินมากกว่า 1 ปีขึ้นไป

2.ลักษณะของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์

เยาวรักษ์ สุขวิบูลย์. (2544 : 9-1) กล่าวว่า ลักษณะของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์คือสินทรัพย์ถาวร มีลักษณะ

1) เป็นสินทรัพย์ที่มีตัวตนจับต้องได้ หรือมองเห็นได้ และมีสภาพคงทนถาวร
2) เป็นสินทรัพย์ที่มักจะมีอายุการใช้งานเกิน 1 ปี โดยทั่วไปจะมีประโยชน์ ในระยะยาว
3) เป็นสินทรัพย์ที่มีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการดำเนินงาน โดยไม่มีเจตนา ที่จะขาย

3.ประเภทของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์

ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ แบ่งตามลักษณะอายุการใช้งานได้ 2 ประเภทคือ
1) ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานจำกัด เช่น อาคาร อุปกรณ์ เครื่องจักร เครื่องตกแต่ง โรงงาน เป็นต้น สินทรัพย์ประเภทนี้มีการคิดค่าเสื่อม (Depreciation) เนื่องจากมีลักษณะเสื่อมสภาพจากการใช้งานหรือตามระยะเวลาที่ผ่านไป

2) ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานไม่จำกัด ได้แก่ ที่ดิน ซึ่งจะไม่มีการคิดค่าเสื่อมราคา เพราะโดยปกติมักจะไม่เสื่อมสภาพ ยกเว้นที่ดินที่ติดแม่น้ำ หรือที่ดินที่ใช้เพาะปลูกที่เสื่อมสภาพผลผลิตต่ำไม่อุดมสมบูรณ์ไม่สามารถปลูกพืชต่อไปได้

4.การรับรู้ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์

มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 32 เรื่องที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ของสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย ได้ระบุว่ารายการที่เป็นที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ต้องรับรู้เป็นสินทรัพย์เมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขทุกข้อ ดังต่อไปนี้

1) มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่รายการนั้นจะให้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจต่อกิจการในอนาคต กิจการสามารถกำหนดราคาทุนของรายการนั้นได้อย่างสมเหตุสมผล
2) การวัดมูลค่าเริ่มแรกของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ กิจการต้องบันทึกมูลค่าเริ่มแรกของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์การ รับรู้เป็นสินทรัพย์โดยใช้ราคาทุน

5.วัดมูลค่าเริ่มแรกของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์

มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 32 เรื่องที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ของสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย กำหนดให้กิจการต้องบันทึกมูลค่าเริ่มแรกของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์การรับรู้เป็นสินทรัพย์โดยใช้ราคาทุน ส่วนประกอบของราคาทุนเช่น ราคาซื้อรวมภาษีน้ำเข้า ภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้ และต้นทุนทางตรงอื่น ๆ เป็นต้น

6.การแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 32 กล่าวว่า กิจการอาจได้ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์มาจากการแลกเปลี่ยนกับที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ หรือสินทรัพย์อื่นที่ไม่คล้ายคลึงกัน กิจการต้องบันทึก ราคาทุนของรายการดังกล่าวด้วยมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ที่ได้มา ซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่ากับมูลค่า ยุติธรรมของสินทรัพย์ที่นำไปแลกนั้น ปรับปรุงด้วยจำนวนเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดที่กิจการต้องโอนหรือรับโอน อันเนื่องมาจากการแลกเปลี่ยน กิจการอาจได้ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์มาจากการแลกเปลี่ยนกับสินทรัพย์ที่คล้ายคลึงกันซึ่งมีมูลค่ายุติธรรมใกล้เคียงกันและมี ประโยชน์ใช้สอยแบบเดียวกัน หรืออาจขายที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เพื่อแลกเปลี่ยนกับส่วนได้เสียในส่วนทุนของสินทรัพย์ที่ คล้ายคลึงกัน กิจการต้องไม่รับรู้ กำไรหรือขาดทุนจากรายการบัญชี ดังกล่าว แต่จะบันทึกราคาทุนของสินทรัพย์ที่ได้รับมา ด้วยราคาตามบัญชีของสินทรัพย์ที่โอนไป รายจ่ายภายหลังการได้มาซี่งสินทรัพย์

หลังจากที่กิจการบันทึกรายการที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เป็นสินทรัพย์แล้ว กิจการต้องบันทึกรายจ่ายที่เกิดขึ้นในภายหลัง เกี่ยวกับที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของราคาตามบัญชีของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง หากรายจ่ายนั้นจะทำให้ กิจการได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตจากสินทรัพย์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากมาตรฐานการปฏิบัติงานเดิมที่เคยประเมินไว้ ส่วนรายจ่ายประเภทอื่นที่เกิดขึ้นในภายหลังต้องบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในงวดบัญชีที่เกิด

ตัวอย่างของการปรับปรุงสินทรัพย์ ซึ่งทำให้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจที่จะได้รับในอนาคตของสินทรัพย์นั้นเพิ่มขึ้นรวมถึง
– การปรับปรุงสภาพอาคารให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
– การยกระดับคุณภาพชิ้นส่วนของเครื่องจักรเพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
– การใช้วิธีการผลิตใหม่ๆ ที่สามารถลดต้นทุนการดำเนินงานที่ประเมินไว้เดิมอย่างเห็นได้ชัด

7.การวัดมูลค่าภายหลังการรับรู้มูลค่าเริ่มแรก

แนวทางที่กำหนดให้ถือปฏิบัติ กิจการต้องแสดงรายการที่เป็นที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ด้วยราคาทุนหักค่าเสื่อมราคาสะสม และค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์หลังจากที่กิจการได้รับรู้รายการดังกล่าวเป็นสินทรัพย์แล้วเมื่อเริ่มแรก

แนวทางที่อาจเลือกปฏิบัติ รายการที่เป็นที่ดิน อาคารและอุปกรณ์หลังจากที่รับรู้เป็นสินทรัพย์เมื่อเริ่มแรกอาจแสดงด้วยราคาที่ตีใหม่

าคาที่ตีใหม่หมายถึง มูลค่ายุติธรรม ณ วันที่มีการตีราคาใหม่หักด้วยค่าเสื่อมราคาสะสมที่คำนวณจากมูลค่ายุติธรรมนั้น และค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์(ที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่มีการตีราคาใหม่) การตีราคาใหม่ต้องทำโดยสม่ำเสมอเพื่อมิให้ราคาตามบัญชี ณ วันที่ในงบดุลแตกต่างจากมูลค่ายุติธรรมอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อมีการตีราคาที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ใหม่ ณ วันที่ตีราคาใหม่ กิจการต้องปฏิบัติตามข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
– ให้ปรับค่าเสื่อมราคาสะสมเป็นสัดส่วนกับการเปลี่ยนแปลงของราคาตามบัญชี (ก่อนหักค่าเสื่อมราคาสะสม) เพื่อให้ราคา ตามบัญชีที่ปรับแล้วเท่ากับราคาที่ตีใหม่ของสินทรัพย์นั้น วิธีนี้ควรใช้เมื่อมีการตีราคาสินทรัพย์ให้เป็นราคาเปลี่ยนแทนหัก ค่าเสื่อมราคาสะสม
– ให้นำค่าเสื่อมราคาสะสมหักจากราคาตามบัญชีเพื่อให้ได้ราคาตามบัญชีสุทธิ แล้วนำราคาตามบัญชีสุทธิมาปรับให้เป็น ราคาที่ตีใหม่ วิธีนี้เหมาะสำหรับการตีราคาอาคารให้เป็นราคาตลาด หากกิจการเลือกตีราคาที่ดิน อาคารและอุปกรณ์รายการใดรายการหนึ่ง กิจการต้องตีราคาที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ทุกรายการที่จัดอยู่ใน ประเภทเดียวกับรายการที่เลือกตีราคาใหม่ กิจการต้องบันทึกราคาตามบัญชีของสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจากการตีราคาใหม่โดยตรงไปยังส่วนของเจ้าของภายใต้บัญชี “ส่วนเกินทุนจากการตี ราคาสินทรัพย์” อย่างไรก็ตาม หากสินทรัพย์นั้นเคยมีการตีราคาลดลง และกิจการรับรู้ราคาที่ลดลง เป็นค่าใช้จ่ายในงวดก่อนแล้ว ส่วนที่เพิ่มจากการตีราคาใหม่นี้ต้องรับรู้เป็นรายได้ไม่เกินราคาที่เคยลดลงซึ่งได้รับรู้เป็น ค่าใช้ จ่ายในงวดก่อน กิจการต้องรับรู้ราคาตามบัญชีของสินทรัพย์ที่ลดลงจากการตีราคาใหม่เป็นค่าใช้จ่ายทันที อย่างไรก็ตามหากสินทรัพย์นั้น เคยมีการตีราคาเพิ่มขึ้นและยังมียอดค้างอยู่ในส่วนของเจ้าของ ส่วนที่ลดลงจากการตีราคาใหม่ต้องนำไปหักออกจาก “ส่วน เกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์” ได้ไม่เกินจำนวนซึ่งเคยตีราคาเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ชนิดเดียวกัน ส่วนเกินที่เหลือให้รับรู้ เป็นค่าใช้จ่ายทันที

8.ค่าเสื่อมราคา

มูลค่าเสื่อมสภาพของอาคารและอุปกรณ์ต้องปันส่วนเป็นค่าเสื่อมราคาอย่างมีระบบตลอดอายุการใช้งานของสินทรัพย์ วิธีการคิดค่า เสื่อมราคาต้องสะท้อนถึงประโยชน์เชิงเศรษฐกิจที่กิจการได้รับจากการใช้สินทรัพย์ ค่าเสื่อมราคาที่เกิดขึ้น แต่ละงวดต้องรับรู้เป็นค่า ใช้จ่าย เว้นแต่ค่าเสื่อมราคาที่ต้องนำไปรวมเป็นราคาตามบัญชีของสินทรัพย์ชนิดอื่น

9.การทบทวนอายุการใช้งาน

กิจการต้องทบทวนประมาณการอายุการใช้งานของอาคารและอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ และหากอายุการใช้งานของสินทรัพย์นั้นต่างไป จากที่ได้ประมาณไว้เดิมอย่างเป็นสาระสำคัญ กิจการต้องคำนวณค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งานใหม่โดยใช้วิธีเปลี่ยนทันทีเป็นต้นไป

10.การทบทวนวิธีการคิดค่าเสื่อมราคา

กิจการต้องทบทวนวิธีการคิดค่าเสื่อมราคาของอาคารและอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ หากกิจการพบว่าลักษณะรูปแบบของประโยชน์เชิง เศรษฐกิจที่คาดว่าจะได้รับจากสินทรัพย์นั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างเป็นสาระสำคัญ กิจการต้องเปลี่ยนวิธีการคิดค่าเสื่อมราคา เมื่อกิจการ จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีการคิดค่า เสื่อมราคาเพื่อสะท้อนถึงลักษณะรูปแบบของประโยชน์เชิงเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป กิจการต้องถือว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชี โดยต้องคำนวณค่าเสื่อมราคาใหม่ สำหรับงวดบัญชีปัจจุบันและ อนาคตโดยใช้วิธีเปลี่ยนทันทีเป็นต้นไป ข้อกำหนดข้างต้นที่สอดคล้องกับมาตรฐานการบัญชีเรื่องกำไรทุนสุทธิสำหรับงวดข้อผิดพลาดที่สำคัญและการเปลี่ยนแปลงการบัญชี นี้กำหนดว่า หากกิจการไม่สามารถแยกได้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชี หรือการเปลี่ยนแปลง ประมาณการให้กิจการต้องบันทึกการ เปลี่ยนแปลงนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงประมาณการ

11.การเลิกใช้และการจำหน่ายสินทรัพย์

กิจการต้องตัดบัญชีรายการที่เป็นที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ออกจากงบดุล เมื่อกิจการจำหน่ายหรือเลิกใช้สินทรัพย์นั้นอย่าง ถาวรหรือเมื่อคาดว่าจะไม่ได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตหลังจากที่จำหน่ายสินทรัพย์ไปแล้ว กิจการต้องรับรู้ผลต่างระหว่างจำนวนเงินสุทธิที่คาดว่าจะได้รับกับราคาตามบัญชีของรายการที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เป็น รายได้หรือค่าใช้จ่ายจากการเลิกใช้หรือจำหน่ายสินทรัพย์ในงบกำไรขาดทุนทันทีที่เกิด

12.ข้อมูลที่ควรเปิดเผย

กิจการต้องเปิดเผยรายการต่อไปนี้ในงบการเงินตามประเภทของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
– เกณฑ์การวัดมูลค่าที่ใช้กำหนดราคาตามบัญชีก่อนหักค่าเสื่อมราคาสะสมของสินทรัพย์ กิจการต้องเปิดเผยราคาตามบัญชี ก่อนหักค่าเสื่อมราคาสะสมของสินทรัพย์แต่ละชนิดหากกิจการใช้เกณฑ์ การวัดมูลค่าที่ต่างกันสำหรับสินทรัพย์แต่ละชนิด ที่จัดไว้เป็นสินทรัพย์ประเภทเดียวกัน
– วิธีการคิดค่าเสื่อมราคา
– อายุการใช้งาน หรืออัตราค่าเสื่อมราคา
– ราคาตามบัญชีก่อนหักค่าเสื่อมราคาสะสม ค่าเสื่อมราคาสะสมและค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์ ณ วันต้นงวดและสิ้นงวด
– รายการกระทบยอดของราคาตามบัญชี ระหว่างต้นงวดถึงวันสิ้นงวดที่แสดงถึง (ไม่ต้องแสดงข้อมูลเปรียบเทียบ)
– จำนวนของสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
– จำนวนของสินทรัพย์ที่จำหน่าย
– จำนวนที่ได้มาจากการควบกิจการ
– การเพิ่มขึ้นหรือลดลงระหว่างงวดซึ่งเป็นผลมาจากการตีราคาใหม่และจากการรับรู้หรือกลับบัญชี รายการขาดทุนจากการด้อยค่าโดยตรงไปยังส่วนของเจ้าของ ตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 36 เรื่องการด้อยค่าของสินทรัพย์
– รายการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่รับรู้ในงบกำไรขาดทุนระหว่างงวดตามที่กำหนดไว้ใน มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 36 เรื่อง การด้อยค่าของสินทรัพย์
– รายการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่กลับบัญชีในงบกำไรขาดทุนระหว่างงวดตามที่กำหนดไว้ ในมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 36 เรื่อง การด้อยค่าของสินทรัพย์
– ค่าเสื่อมราคา
– ผลต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิที่เกิดจากการแปลงค่างบการเงินของหน่วยงานในต่างประเทศ
– การเปลี่ยนแปลงอื่น
นอกจากนี้กิจการต้องเปิดเผยรายการต่อไปนี้ในงบการเงิน
– จำนวนและข้อจำกัดในกรรมสิทธิ์ของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ที่ใช้เป็นหลักประกันหนี้สิน
– นโยบายการบัญชีที่ใช้สำหรับประมาณการรายจ่ายในการบูรณะสถานที่หลังเลิกใช้ที่ดิน อาคารหรืออุปกรณ์
– จำนวนรายจ่ายทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นในการสร้างอาคารและอุปกรณ์
– จำนวนภาระผูกพันที่ตกลงไว้เพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ หากที่ดิน อาคารและอุปกรณ์แสดงด้วยราคาที่ตีใหม่ ให้กิจการเปิดเผยรายการต่อไปนี้
– เกณฑ์ที่ใช้ในการตีราคาสินทรัพย์
– วันที่มีการตีราคาสินทรัพย์ใหม่
– การตีราคาใหม่ทำโดยผู้ประเมินราคาอิสระหรือไม่
– ลักษณะของดัชนีที่ใช้กำหนดราคาเปลี่ยนแทน
– ราคาตามบัญชีของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์แต่ละประเภทซึ่งควรแสดงในงบการเงินหากกิจการเลือกแสดงสินทรัพย์ด้วยราคาทุนตามแนวทางที่กำหนดให้ถือปฏิบัติที่ระบุไว้ในหัวข้อ “การวัดมูลค่าภายหลังการรับรู้มูลค่าเริ่มแรก”
– ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ ซึ่งกิจการต้องแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของส่วนเกินทุนดังกล่าวในระหว่างงวดและข้อจำกัดในการแบ่งปันส่วนเกินทุนนั้นให้กับเจ้าของ

การได้มาของ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์

1. ราคาทุนของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ประกอบด้วยราคาซื้อรวมทั้งค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ เกี่ยวกับการซื้อเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินที่อยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้การได้ตามต้องการ สำหรับส่วนลดการค้าจะต้องนำมาหักออกเพื่อจะได้ราคาที่แท้จริง สำหรับค่าใช้จ่ายที่ควรจะ นำมารวมเป็นราคาทุนนั้น ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ค่าขนส่ง ค่าควบคุม ค่าธรรมเนียม เป็นต้น สำหรับค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของราคาทุนของ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์

2.การได้มาซึ่งที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ มีหลายวิธีดังนี้

  • การซื้อด้วยเงินสด (Acquisition by cash) จะบันทึกด้วยราคาทุนของสินทรัพย์ในราคาที่ตกลงบวกกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆที่เกิดขึ้น

ตัวอย่าง 1 25×1 ,ม.ค. 1 กิจการสั่งซื้อเครื่องจักรราคา 800,000 บาทเสียค่าขนส่ง 2,000 บาท ค่าติดตั้งเครื่องจักร 10,000 บาท
โดยกิจการจ่ายเช็คให้

  • การซื้อด้วยเงินเชื่อ (Credit Purchase) กรณีได้มาโดยวิธีการเครดิตราคาทุ
    จะเป็นราคาที่เสมือนจ่ายซื้อด้วยเงินสดคือราคาสุทธิหักด้วยส่วนลดเงินสด หากกิจการไม่สามารถชำระค่าสินทรัพย์ภายในกำหนดระยะเวลาที่ได้รับส่วนลดให้บันทึกส่วนลดที่ไม่ได้รับเป็นดอกเบี้ยจ่ายถือเป็นค่าใช้จ่ายประจำงวด

    1. การซื้อเงินเชื่อกรณีจ่ายชำระหนี้ตามกำหนดเวลาที่ได้รับส่วนลดตัวอย่างที่ 1. 25×1 มี.ค. 1 ซื้ออุปกรณ์สำนักงาน 300,000 บาทเงื่อนไข 2/10, n/30 มี.ค.10 จ่ายชำระหนี้ทั้งหมด
    2. การซื้อเงินเชื่อกรณีจ่ายชำระหนี้ภายหลังระยะเวลาที่ได้รับส่วนลด ตัวอย่างที่ 2. 25×1 มี.ค. 1 ซื้อเครื่องตกแต่ง 200,000 บาท เงื่อนไข 2/10 ,n/30 มี.ค.20 จ่ายชำระหนี้ทั้งหมด
    3. การซื้อหลายชนิดรวมกัน (Lump-Sum Purchase) การซื้อชนิดนี้จะต้องแบ่งราคาสินทรัพย์แต่ละชนิดออกมา เพราะสินทรัพย์บางชนิดมีอายุการใช้งานต่างกันและการคิดค่าเสื่อมราคาต่างกัน วิธีการแบ่งจะใช้เกณฑ์การแบ่งราคาทุน
      ตัวอย่างที่ 3. 25×1 ก.ค. 1 ซื้อสินทรัพย์ในราคารวม 5,000,000 บาทประกอบด้วยที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
      ผู้ชำนาญการได้ประเมินราคาไว้ดังนี้ ที่ดิน 3,000,000 บาท อาคาร 1,800,000 บาท อุปกรณ์สำนักงาน
      1,200,000 บาท

    4. การซื้อตามสัญญาผ่อนชำระ (Deferred Payment Contract) ผู้ซื้อจะต้องจ่ายชำระเป็นงวด ๆ งวดละเท่า ๆ กัน โดยทั่วไปผู้ซื้อบันทึกบัญชีสินทรัพย์ตามราคาที่ตกลงซื้อขายกัน ถึงแม้จะยังไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ก็ตาม เมื่อครบกำหนดจ่ายเงินงวดผู้ซื้อชำระเงินงวดซึ่งรวมดอกเบี้ยไว้แล้ว
      ตัวอย่าง 25×1 ก.ค. 1 ซื้อเครื่องจักรราคา 400,000 บาทด้วยวิธีผ่อนชำระ5 ปี จ่ายชำระเงินงวดปีละครั้ง ๆ ละ 80,000 บาท
      เริ่มชำระงวดแรก วันที่ 31 ธันวาคม 25X2เครื่องจักรนี้ ถ้าซื้อเงินสดจะได้ราคา 350,000บาท

      การคำนวณดอกเบี้ย


    5. ซื้อโดยการออกหลักทรัพย์แลกเปลี่ยน (Securities Issued In Exchange) หลักเกณฑ์ในการพิจารณาราคาทุนของหลักทรัพย์จะใช้ราคาตลาดหรือราคาประเมินก็ได้แล้วแต่กรณี
      ตัวอย่าง 25X1 ม.ค. 1 กิจการนำหลักทรัพย์เพื่อค้าไปแลกเครื่องคอมพิวเตอร์โดยหลักทรัพย์มีราคาตลาด
      100,000.- บาท
    6. สินทรัพย์ได้จากการบริจาค ราคาที่จะบันทึกอาจใช้ราคาตลาดหรือราคาประเมิน และถือว่าสินทรัพย์นั้นเป็นการเพิ่มทุนให้แก่กิจการ
      ตัวอย่าง 25X1 ส.ค. 7 กิจการได้รับบริจาคที่ดินจำนวน 10 ไร่ ราคาตลาดที่ดินแปลงนี้คือ 3,000,000 บาท
    7. สินทรัพย์ที่ได้จากการสร้างขึ้น (Self Constructed Assets) ต้นทุนด้าน การสร้างประกอบด้วยต้นทุนโดยตรง และต้นทุนที่เกี่ยวข้อง สำหรับดอกเบี้ยที่เกิดจากการกู้ยืม เพื่อสร้างหรือผลิต จะรวมเป็นต้นทุนของสินทรัพย์นั้นด้วย โดยเริ่มคำนวณตั้งแต่เริ่มสร้างหรือผลิตจนกระทั่งสินทรัพย์อยู่ในสภาพที่ใช้การได้
      ตัวอย่าง 25×1 ส.ค. 1 กิจการสร้างเครื่องจักรขึ้นใช้เอง ต้นทุนเกี่ยวกับการก่อสร้างมีดังนี้ :-
      วัตถุดิบที่ใช้ในการสร้าง 100,000 บาท
      ค่าแรงทางตรง 50,000 บาท
      ค่าใช้จ่ายในการผลิต 70,000 บาท
      ค่าทดรองเครื่องจักร 10,000 บาท

สรุปการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์

ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ หมายถึง สินทรัพย์ที่มีตัวตนซึ่งกิจการมีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการผลิต จำหน่ายสินค้า หรือให้บริการ เพื่อให้ผู้อื่นเช่า หรือเพื่อใช้ในการบริหารงาน และกิจการคาดว่าจะใช้ประโยชน์มากกว่าหนึ่งรอบปีบัญชี ราคาทุนของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ประกอบด้วยราคาซื้อรวม ภาษีนำเข้า ภาษีอื่น สำหรับส่วนลดการค้าและส่วนลดเงินสดต้องนำมาหักออกจากราคาสินทรัพย์ให้คงเหลือราคาซื้อที่แท้จริง เมื่อกิจการใช้งานสินทรัพย์แล้วสินทรัพย์ย่อมเสื่อมสภาพลง วิธีการคิดค่าเสื่อมราคาที่นิยม มี 4 วิธีคือ วิธีเส้นตรง วิธียอดลดลงทวีคูณ วิธีผลรวมจำนวนปี และวิธีจำนวนผลผลิต การแสดงรายการสินทรัพย์ประเภทที่ดิน อาคารและอุปกรณ์กิจการจะแสดงภายใต้หัวข้อสินทรัพย์ประเภทที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ในราคาทุนและหักด้วยราคาค่าเสื่อมราคาสะสม หรือราคาทุนบวกด้วยประมาณตีราคาเพิ่มขึ้นหักด้วยค่าเสื่อมราคาสะสมส่วนเดิมและส่วนเพิ่มขึ้น สำหรับส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์เพิ่มขึ้นจะแสดงในส่วนของผู้ถือหุ้น และแสดงในงบดุล สำหรับทรัพยากรธรรมชาติจะแสดงด้วยราคาทุนหักด้วยมูลค่าเสื่อมสิ้นสะสม แสดงในงบดุล ด้วยเช่นกัน

การเปิดเผยข้อมูลที่ดินอาคารและอุปกรณ์ในงบดุล

การแสดงรายการสินทรัพย์ประเภทที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ในกรณีที่กิจการเลือกปฏิบัติตามแนวทางที่อาจเลือกปฏิบัติได้คือแสดงรายการที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ด้วยราคาที่ตีใหม่นั้น มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 32 ได้กำหนดให้กิจการต้องเปิดเผยรายการต่อไปนี้ในงบการเงิน

  • เกณฑ์ที่ใช้ในการตีราคาสินทรัพย์
  • วันที่มีการตีราคาสินทรัพย์ใหม่
  • การตีราคาใหม่ทำโดยผู้ประเมินราคาอิสระหรือไม่
  • ลักษณะของดัชนีที่ใช้กำหนดราคาเปลี่ยนแทน
  • ราคาตามบัญชีของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์แต่ละประเภทซึ่งควรแสดงการเงินหากกิจการเลือกแสดงสินทรัพย์ด้วยราคาทุนตามแนวทางที่กำหนดให้ถือปฏิบัติ
  • ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ซึ่งกิจการต้องแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของส่วนเกินทุนดังกล่าวในระหว่างงวดและข้อจำกัดในการแบ่งปันส่วนเกินทุนนั้นให้กับเจ้าของ

การแสดงรายการเกี่ยวกับการตีราคาที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นในงบดุล
เมื่อกิจการตีราคาเพิ่มขึ้นมูลค่าของสินทรัพย์ในราคาทุนเดิมและส่วนที่ตีราคาเพิ่มขึ้น ตลอดจนค่าเสื่อมราคาสะสมเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นการแสดงราคาที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ส่วนที่เพิ่มจะแสดงในงบดุลภายใต้หัวข้อที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เช่นเดิม ส่วนบัญชีส่วนเกินจากการตีราคาสินทรัพย์นั้นจะแสดงไว้ในส่วนของผู้ถือหุ้นภายใต้หัวข้อส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

การแสดงรายการทรัพยากรธรรมชาติในงบการเงิน สำหรับสินทรัพย์ประเภททรัพยากรธรรมชาติได้แก่เหมืองแร่ บ่อน้ำมัน ป่าไม้ สามารถแสดงในงบการเงินได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้

การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับการตัดจำหน่ายสินทรัพย์

การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ หมายถึง การขายสินทรัพย์ การเลิกใช้สินทรัพย์ เช่น หมดอายุ เสื่อมสภาพ เก่าล้าสมัย ทำให้ไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย
ลักษณะของการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ แบ่งออกเป็นดังนี้

1) การขายที่ดิน อาคาร และ อุปกรณ์
2) การเลิกใช้ที่ดิน อาคาร และ อุปกรณ์
3) สินทรัพย์เสียหายจากอุบัติภัยต่าง ๆ
4) การแลกเปลี่ยนที่ดิน อาคาร และ อุปกรณ์์

1. การขายสินทรัพยกรณีการขายวิธีนี้ถ้าสินทรัพย์ไม่มีราคาซาก การขายจะ ก่อให้เกิดกำไร แต่ถ้ามีราคาซาก เงินสดที่ได้รับสูงกว่ามูลค่าซากย่อมเกิดผลกำไรแต่ถ้าเงินได้รับต่ำก็ขาดทุน

ตัวอย่าง 25×1 ม.ค. 1 กิจการซื้อเครื่องถ่ายเอกสารราคา 60,000 บาท เครื่องถ่าย
เอกสารมีราคาซาก 4,000 บาท อายุการใช้งาน 4 ปี คิด
ค่าเสื่อมราคาวิธีเส้นตรง

25×4 ม.ค. 1 ขายเครื่องถ่ายเอกสาร ราคา 22,000 บาท

ให้ทำ บันทึกบัญชีในวันขาย

2.การเลิกใช้ที่ดิน อาคาร และ อุปกรณ์ กรณีนี้เป็นการเลิกใช้งานเนื่องจากหมดอายุและมิได้ขายจึงไม่การคำนวณกำไรหรือขาดทุน ยกเว้นสินทรัพย์ที่มีราคาซากคงอยู่ให้ บันทึกขาดทุนจากการเลิกใช้
ตัวอย่าง 25×6 ม.ค. 20 กิจการเลิกใช้เครื่องโรเนียวราคาทุน 80,000 บาทราคาซาก 5,000 บาทคิดค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรงอายุการใช้งาน 5 ปี กิจการใช้ เครื่องโรเนียวจนครบอายุจึงทำการตัดบัญชี

หากต่อมา 25×6 ก.ค.1 กิจการขายราคาซากของเครื่องโรเนียวได้ 5,000.-บาท

3.สินทรัพย์เสียหายจากอุบัติภัยต่าง ๆ เมื่อเกิด ไฟไหม้ น้ำท่วม โจรกรรม กิจการต้องบันทึกตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่เสียหายออกจากบัญชีทำให้เกิดผลขาดทุนขึ้น ส่วนราคาซากอาจนำไปขายเพื่อชดเชยผลขาดทุนได้

ตัวอย่าง 25×6 ม.ค. 1 อาคารราคาทุน 600,000 บาท ราคาซาก 50,000 บาท คาดอายุการใช้งาน 20 ปี คิดค่าเสื่อมวิธีเส้นตรง ใช้งานได้ 5 ปี เกิดไฟไหม้อาคารขายเศษซากได้ 20,000 บาท

4.การนำสินทรัพย์เก่าไปแลกเปลี่ยน (Assets Acquired by Exchange) ราคาทุนของสินทรัพย์ใหม่ ควรบันทึก ด้วยราคาตลาดของสินทรัพย์ที่นำไปแลกเปลี่ยน หรือ ราคาตลาดของสินทรัพย์ใหม่ แล้วแต่ราคาใดจะเป็นราคาที่มีหลักฐานเป็นที่ทราบแน่นอน ถ้าหากไม่ทราบราคาตลาดทั้ง 2 กรณี ให้ใช้ราคาตามบัญชีของสินทรัพย์ที่นำไปแลก เป็นราคาทุนของสินทรัพย์ใหม่ เมื่อมีการแลกเปลี่ยนเกิดขึ้น ต้องโอนบัญชีสินทรัพย์เดิม พร้อมค่าเสื่อมราคาสะสมจนถึงวันแลกเปลี่ยน และบันทึกการจ่ายเงินสดเพิ่มเติม ตามที่ตกลงกัน รวมทั้งกำไรขาดทุนจากการแลกเปลี่ยน ส่วนราคาของสินทรัพย์ใหม่จะบันทึกราคาดังนี้

  • บันทึกสินทรัพย์ใหม่ในราคาตลาดของสินทรัพย์เดิมบวกเงินสดที่ต้องจ่าย วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำให้ราคาทุนของสินทรัพย์ใหม่ใกล้เคียงกับราคาซื้อด้วยเงินสดตัวอย่าง กิจการนำเครื่องจักรเก่าไปแลกเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ซึ่งเครื่องจักรเก่ามีราคาทุน 50,000 บาท ค่าเสื่อมสะสมจนถึงวันแลกมีจำนวน 30,000 บาท ราคาตลาดเครื่องจักร ขณะนั้น 18,000 บาท เครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่มีราคา 38,000 บาทผู้ขายตีราคาเครื่องจักรเก่าให้ 19,000 บาท
    คำนวณราคาทุนของเครื่องคอมพิวเตอร์

  • บันทึกสินทรัพย์ใหม่ด้วยราคาตลาดของสินทรัพย์ใหม่ ในกรณี ที่ไม่ทราบราคาตลาดของสินทรัพย์เดิม ให้บันทึกราคาทุนของสินทรัพย์ใหม่ด้วยราคาตลาด หรือ ราคาที่จะซื้อสินทรัพย์ใหม่ด้วยเงินสด

    ตัวอย่าง
    กิจการนำรถยนต์เก่าไปแลกเครื่องจักรใหม่ซึ่งรถยนต์มีราคาทุน 800,000 บาทค่าเสื่อมสะสมจนถึงวันแลกมีจำนวน 300,000 บาท เครื่องจักรมี ราคาตลาด 900,000 บาท ผู้ขายรับแลกเปลี่ยนตกลงให้จ่ายเงินเพิ่มอีก 320,000 บาท
  • บันทึกสินทรัพย์ใหม่ในราคาแลกเปลี่ยนบวกเงินสดที่ต้องจ่ายเพิ่ม วิธีนี้ เป็นวิธีที่ไม่ทราบราคาตลาดของสินทรัพย์เดิมหรือราคาตลาดของสินทรัพย์ใหม่ตัวอย่าง 25×1 ม.ค. 1 กิจการนำรถยนต์เก่าราคาทุน 900,000 บาท
    ค่าเสื่อมสะสมจนถึงวันแลกมีจำนวน 600,000 บาท ไปแลกรถยนต์ใหม่ซึ่งผู้ขายตีราคารถเก่าให้ 250,000 บาท กิจการต้องจ่ายเงินสดเพิ่ม 670,000 บาท

  • บันทึกสินทรัพย์ใหม่ราคาตามบัญชีของสินทรัพย์เดิมบวกจำนวนเงินสดที่จ่ายเพิ่ม

    ตัวอย่าง
    25×1 ม.ค. 1 กิจการนำเครื่องจักรเก่าราคาทุน 500,000 บาทค่าเสื่อมสะสมจนถึงวันแลกจำนวน 350,000 บาท ไปแลกเครื่องจักรใหม่โดยจ่ายเงินสดเพิ่ม 450,000 บาท

การคำนวณและการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับมูลค่าเสื่อมสิ้น

สินทรัพย์ประเภททรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources) ได้แก่ ป่าไม้บ่อน้ำมัน เหมืองแร่ ฯลฯ เป็นสินทรัพย์ประเภทที่ดิน อาคาร และ อุปกรณ์ ที่กิจการได้รับ สิทธิสัมปทานหรืออนุญาตให้ดำเนินการได้ ควรบันทึกไว้ในราคาทุน และจะหมดเปลืองสิ้นไป ตามการใช้ ซึ่งมูลค่าสินทรัพย์ที่ลดลงนี้เรียกว่าค่าหมดเปลืองหรือมูลค่าเสื่อมสิ้น(Depletion) การคิดมูลค่าเสื่อมสิ้นของทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละงวดบัญชี ส่วนใหญ่จะคิดตามผลผลิตที่ได้รับ โดยการหามูลค่าเสื่อมสิ้นต่อหน่วย คำนวณโดย

ตัวอย่าง 25×1 ม.ค. 1 กิจการสัมปทานเหมืองแร่ ราคา 20,000,000 บาทโดยคาดว่าจะขุดแร่ได้ 1,000,000 ตัน จะขายเหมืองร้างได้ 200,000 บาทสิ้นปี 2543 ขุดแร่ได้ 20,000 ตัน

ให้ทำ แสดงการคำนวณค่าเสื่อมสิ้น และบันทึกบัญชีปี 25×1

การคำนวณและการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับค่าเสื่อมราคา

1.ค่าเสื่อมราคา (Depreciation) หมายถึง การปันส่วนมูลค่าเสื่อมสภาพของ

สินทรัพย์ อย่างมีระบบตลอดอายุการใช้งานที่ได้ประมาณไว้ การคิดค่าเสื่อมราคาก็คือการนำต้นทุนของ สินทรัพย์นั้นมาจัดสรรเฉลี่ยเป็นค่าใช้จ่ายตามอายุการใช้งาน หรือประโยชน์ที่จะได้รับนั่นเอง สินทรัพย์ที่คิดค่าเสื่อมราคา ได้แก่ อาคาร เครื่องจักร เครื่องตกแต่ง อุปกรณ์สำนักงาน และ รถยนต์ ยกเว้น ที่ดิน เพราะที่ดินมีอายุการใช้งานไม่จำกัด

2.วิธีการคำนวณค่าเสื่อมราคา ปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณค่าเสื่อมราคา คือ

1) ราคาทุนของสินทรัพย์
2) อายุการใช้งาน
3) ราคาซาก

3.วิธีการคำนวณค่าเสื่อมราคามีดังนี้

  1. วิธีเส้นตรง (Straight-Line Method)
    เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุดเพราะจะแบ่งราคาทุนหลังจากหักราคาซากของสินทรัพย์นั้น เป็นค่าเสื่อมราคาประจำทุกปี ในจำนวนที่เท่า ๆ กัน ตลอดอายุการ ใช้งาน โดยใช้สูตรดังนี้


    ตัวอย่าง 25×1 ม.ค. 1 กิจการซื้อรถยนต์ราคา 400,000 บาท ประมาณอายุการใช้งานได้ 5 ปี จะมีราคาซาก 50,000 บาท
    ให้ทำ แสดงการคำนวณและบันทึกบัญชีเกี่ยวกับค่าเสื่อมสิ้นปี 25×1

  2. วิธีชั่วโมงการทำงาน (Working-Hours Method วิธีนี้จะเฉลี่ยตามชั่วโมงการทำงาน ดังนั้นค่าเสื่อมจะขึ้น
    อยู่กับชั่วโมงการทำงานในแต่ละปีว่าใช้ชั่วโมงการทำงานมากหรือน้อยโดยใช้สูตรดังนี้

    ตัวอย่าง 25×1 ม.ค.1 กิจการซื้อเครื่องจักรมาราคา 500,000.- บาทประมาณอายุ
    การใช้งานได้ 100,000 ชั่วโมงจะมีราคาซาก 50,000 บาท
    สิ้นปีเครื่องจักรทำงานได้ 20,000 ชั่วโมง
    ให้ทำ แสดงการคำนวณและบันทึกบัญชีเกี่ยวกับค่าเสื่อมปี 25×1

  3. คำนวณตามผลผลิต (Productive-output Method) วิธีนี้จะคำนวณราคาตามหน่วยของผลผลิต ดังนี้

    ตัวอย่าง 25×1 ม.ค.1 กิจการซื้อเครื่องจักรมาราคา 400,000.- บาทคาดว่าจะ
    ผลิตสินค้าได้ 200,000 หน่วยมีราคาซาก 40,000 บาท
    สิ้นปีเครื่องจักรผลิตได้ 60,000 หน่วย
    ให้ทำ แสดงการคำนวณและบันทึกบัญชีเกี่ยวกับค่าเสื่อมป ี2544

  4. วิธีลดลงทุกปี (Reducing-Charge Method) การคิดค่าเสื่อมราคาวิธีนี้การคำนวณราคาในอัตราเร่ง คือปีแรก
    กิจการจะได้รับผลประโยชน์มากกว่าปีหลัง ๆ ทำให้ค่าเสื่อมราคาในปีแรก ๆ สูงกว่าปีหลังวิธีนี้
    1) วิธีลดลงตามลำดับ (Double Declining Balance Method)
    เป็นการคิดค่าเสื่อมราคาจากยอดคงเหลือในบัญชี สินทรัพย์คือราคาตามบัญชี การคำนวณจะไม่นำราคาซากมาเกี่ยวข้อง
    ตัวอย่าง 25×1 ม.ค. 1 เครื่องจักรราคา 200,000 บาท ประมาณว่าจะใช้งาน 5
    จะขายเป็นเศษเหล็กได้ 5,000 บาท
    ให้ทำ แสดงการคำนวณและบันทึกบัญชีเกี่ยวกับค่าเสื่อม



  5. 2) วิธีผลบวกของลำดับปีที่ใช้งาน (Sum of year Digit Method)
    วิธีนี้ใช้ต้นทุนสินทรัพย์หักราคาซากแล้วคูณด้วยเศษส่วนของอายุการใช้งาน
    ขั้นตอนการคำนวณ
    1. หาผลบวกของจำนวนอายุการใช้งาน คือ 1+2+3+4+5 = 15 ผลรวมนี้จะเป็นตัวส่วน
    2. หาอายุการใช้งานที่เหลือเพื่อเป็นตัวเศษ
    ตัวอย่าง 25×1 ม.ค. 1 ซื้อเครื่องจักรมาราคา 100,000 บาท ประมาณอายุ
    การใช้งาน 5 ปี จะขายเศษซากได้ 10,000 บาท
    ให้ทำ แสดงการคำนวณและบันทึกบัญชีเกี่ยวกับค่าเสื่อม